ร่องแก้มลึก กับยาที่ฉีดในปัจจุบัน แนะนำใช้ยาอะไร

0
6

ร่องแก้มลึก กับยาที่ฉีดในปัจจุบัน แนะนำใช้ยาอะไร

สำหรับสาวๆ ปัญหาที่เรากังวลเกี่ยวกับผิวหน้านอกจากเรื่องความไม่กระชับ ริ้วรอยก่อนวัย ปัญหาสิวฝ้ากระแล้วยังมีปัญหาอีกเรื่องที่ใครหลายคนให้ความสำคัญนั่นก็คือปัญหาร่องแก้มลึก หรือที่หลายคนเรียกกันว่าร่องน้ำหมากหรือทางน้ำไหลนั่นเอง

เพราะบริเวณร่องแก้มที่ลึกลงไปคือบริเวณจากปลายปีกจมูก ไปจนถึงร่องมุมปาก ซึ่งจะเห็นเป็นรอยชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเมคอัพหรือไม่เมคอัพก็ตาม ริ้วรอยนี้เป็นริ้วรอยที่บ่งบอกได้ถึงความไม่กระชับไม่ตึงผิว และเป็นสัญญาณผิวแก่ก่อนวัย เพราะภายในขาดคอลลาเจนอีลาสติน ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ผิวเรายืดหยุ่นกระชับเต่งตึงเหมือนผิวเด็กอยู่เสมอนั่นเอง ดังนั้นจึงมีการคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อทำให้ปัญหานี้หายไปด้วยการฉีดร่องแก้ม หรือเติมสารที่ทำให้ริ้วรอยร่องแก้มบริเวณนี้หายไป สำหรับใครๆที่ติดตาม แฟชั่นความงาม วันนี้เรามีคำตอบสำหรับสาวๆที่มีปัญหาร่องแก้มมาดูกันว่าร่องแก้มลึกกับยาที่ฉีดในปัจจุบันแนะนำใช้ยาอะไรจึงปลอดภัยและเป็นที่นิยมและเห็นผลมากที่สุด

สารที่ใช้กำจัดปัญหาร่องแก้มลึกในปัจจุบันเรียกกันว่าฟิลเลอร์ ซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้หลักหลายยี่ห้อแล้ววันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสารตัวนี้กันค่ะ

Filler คือสารเติมเต็มผิวตัวยาที่ใช้เรียกว่าสารให้ยาลูโรนิคแอซิด เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมให้ชั้นในผิวหนังและใต้ผิวหนังเต่งตึงกระชับขึ้น เติมในส่วนที่เป็นร่องลึกให้กลับมาดูอิ่มเอิบและอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งวิธีการเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะสม และฟิลเลอร์ประเภทต่างๆก็มีความแตกต่างกันไป ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นเหมาะกับการฉีดในจุดต่างๆของใบหน้าไม่เหมือนกัน เพราะเทคโนโลยีและขั้นตอนในการผลิตแตกต่างกัน ดังนั้นเวลาที่เราไปพบแพทย์แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าผิวของเราเหมาะกับฟิลเลอร์รุ่นไหนหรือยี่ห้อไหนทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความถนัดและความเชี่ยวชาญพิเศษของหมอแต่ละท่านด้วย

การใช้ยาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เพื่อแก้ปัญหา เป็นที่นิยมของ แฟชั่นความงาม
โดยทั่วไปเราจะแบ่งสาเหตุการเกิดร่องแก้มได้ 4 รูปแบบเรียงตามรูปแบบที่พบได้บ่อยมากที่สุดดังนี้

แบบที่ 1 เกิดจากเนื้อและกระดูกบริเวณใต้ตายุบตัวลงมาทำให้เนื้อแจ้งยอดลงมาจนเกิดร่องแก้มกรณีนี้ถ้าเราเติมร่องแก้มเพียงอย่างเดียวจะทำให้รูปหน้าดุ่มๆร่องแก้มเต็มแต่ใต้ตาลึกดูผิดธรรมชาติดังนั้นควรแก้ไขโดยการเติมใต้ตาเพื่อดึงเนื้อบางส่วนกลับขึ้นไปก่อนจะทำให้เราใช้ปริมาณฟิลเลอร์ร่องแก้มน้อยลงและดูเข้ารูปเป็นธรรมชาติมากกว่า

แบบที่ 2 เกิดจากกระดูกใต้ปีกจมูกยุบตัวลง กรณีนี้ควรฉีดลึกเข้าไปในชั้นติดกระดูกเพื่อทดแทนการยุบตัวของกระดูกแต่ในบริเวณนี้เนื้อของเราจะมีการขยับตัวมากกว่าบริเวณใต้ตาจึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีค่าความยืดหยุ่นสูงเพื่อให้ทดแทนการขยับของร่องแก้มฟิลเลอร์ที่เหมาะที่สุดคือ Juvederm ultraplus (12 เดือน) และ Juvederm voluma (18 เดือน)

แบบที่ 3 เกิดจากกล้ามเนื้อที่ตึงร้องแก้มทำงานเยอะ การเติมฟิลเลอร์แก้ไขร่องแก้มในแบบที่ 1 และแบบที่ 2 จะช่วยลดการดึงของกล้ามเนื้อได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากยังพบว่ามีร่องแก้มอยู่สามารถใช้ Botox dermolift โดยการ Botox ในตำแหน่งนี้ต้องฉีดทุกๆ 3-4 เดือน ก็จะช่วยให้ร่องแก้มนั้นดูลดลงและจางหายไป

แบบที่ 4 เกิดจากผิวชั้นบนบริเวณร่องแก้มแห้งและบางมากวิธีการคือต้องเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มในผิวชั้นตื้นและควรเลือกใช้ Juvederm ultraplus (12 เดือน) และ Juvederm voluma (18 เดือน) เข้ามาช่วยตัวยาจะกระจายตัวและเรียบเนียนไปกับผิวได้ดีเพื่อช่วยให้ผิวดูเต็ม เป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน

นอกจากนี้ยังมีการฉีดฟิลเลอร์ที่มุมปากเพื่อแก้ไขปัญหาในคนที่แก้มหย่อนมากจนทำให้เกิดปัญหาทางร่องแก้มและร่องมุมปากแม้ว่าเราจะแก้ไขด้วยการร้อยไหมดึงแก้มขึ้นไปแล้วแต่ก็ยังพบเห็นร่องหรือมุมปากอยู่ วิธีการเพื่อให้เลือกใช้การฉีดฟิลเลอร์ในแบบที่ 4 เพื่อช่วยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด การทำแบบนี้กับร่องแก้มและร่องมุมปากจะทำให้เราสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้และช่วยให้ผิวดูเต่งตึงกระชับไม่หย่อนคล้อย