กินวิตามินซีช่วยแก้อาการหวัดได้จริงเหรอ ?

0
189

เรามีเคล็ดลับ การดูแลสุขภาพ กับประโยชน์จาก วิตามินซี ??? ซึ่งวิตามันซีมีส่วนช่วยในการแก้หวัด ซึ่งจะช่วยบรรเทาและป้องกันไข้หวัดได้อย่างดีเยี่ยม ! เพียงแค่ทานวิตามินซีเสริม หรือ ทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเท่านั้น ! แต่ก็ยังคงเป็นข้อสงสัยสำหรับหลายๆคน ว่าวิตามินซีสามารถช่วยแก้อาการไข้หวัดได้จริงเหรอ ? แก้ได้อย่างไร ? และมีวิธีการทานวิตามินซีอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ? ถ้าอยากรู้เราไปทำความรู้จักกับวิตามันซีกันค่ะ??

??? รู้จักกับวิตามินซี ???

วิตามินซี ?? คือวิตามินชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายของคนเรา เพราะมีประโยชน์อย่างมากมายและสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้นกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยวิตามินซีสามารถละลายน้ำได้ จึงทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้ดีพอสมควร โดยพบว่าในหนึ่วันร่างกายของคนเราจะมีความต้องการวิตามินซีที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น

  • วัยเด็ก 1-8 ปี ต้องการวิตามินซีวันละ 35 มก.
  • วัยรุ่น 13-15 ปี ต้องการวิตามินซีวันละ 75 มก.(ผู้ชาย) และ 65 มก.(ผู้หญิง)
  • วัย 19 + ปี ต้องการวิตามินซีวันละ 90 มก.(ผู้ชาย) และ 75 มก.(ผู้หญิง)
  • หญิงตั้งครรภ์ ต้องการวิตามินซีวันละ เพิ่มขึ้นจากปกติ 10 มก.

????? วิตามินซี แก้หวัดได้จริงหรือไม่ ? ?????

เป็นคำถามที่หลายคนเกิดความสงสัยมานาน ว่าวิตามินซีจะสามารถแก้อาการไข้หวัดได้จริงหรือไม่ ? ซึ่งจากการศึกษาพบว่า วิตามินซีมีส่วนช่วยในการแก้หวัดได้จริง แต่ทำได้แค่ช่วยลดความรุนแรงของอาการป่วย สามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพให้หายจากอาการป่วยเร็วขึ้นเท่านั้นเองค่ะ สำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดไข้หวัด ยังไม่พบว่าวิตามินซีสามารถป้องกันได้จริงหรือไม่ แต่การทานวิตามินซีเป็นประจำก็มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนการที่วิตามินซีสามารถลดความรุนแรงของอาการป่วยได้อย่างไร ? นั่นก็เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จึงทำให้อาการป่วยทุเลาลงอย่างที่เข้าใจนั่นเองค่ะ

ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อสุขภาพ ????

ไม่เพียงแต่อาการไข้หวัดเท่านั้น ที่วิตามินซีสามารถลดความรุนแรงของอาการป่วยได้ แต่ยังมีโรคอื่นๆ ที่สามารถบรรเทาอาการด้วยการทานวิตามินซีได้อีกด้วย ซึ่งได้แก่

1.โรคภูมิแพ้

วิตามินซีสามารถบรรเทาอาการป่วยจากโรคภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะภูมิแพ้อากาศและหอบหืด ซึ่งจะช่วยให้อาการค่อยๆ ดีขึ้น และจะยิ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อทานวิตามินซีควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ นั่นก็เพราะโรคภูมิแพ้เกิดจากการที่ร่างกายอ่อนแอ การทานวิตามินซีจึงเข้าไปเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงจนสามารถบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ได้นั่นเอง

2.อาการปวดไมเกรน

วิตามินซีเมื่อนำมาทานคู่กับกรดแพนโทเธนิค จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ดี เนื่องจากวิตามินซีและกรดตัวนี้จะออกฤทธิ์ยับยั้งอาการปวดและคลายเส้นเลือดให้เลือดไหลเวียนได้อย่างสะดวกมากขึ้น

3.โรคลักปิดลักเปิด

โรคฮิตในคนที่ขาดวิตามินซี ซึ่งวิธีที่จะช่วยรักษาและป้องกันโรคนี้ได้ดี ก็คือการทานวิตามินซีให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

4.โรคมะเร็ง

การทานวิตามินซีบ่อยๆ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม หรือในผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง การทานวิตามินซีบ่อยๆ ก็สามารถชะลออาการและยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน

แหล่งวิตามินซีที่พบในธรรมชาติ ????

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะสามารถทานวิตามินซีได้จากวิตามินเสริม แต่เพื่อสุขภาพและเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่ดีที่สุด ควรเลือกทานวิตามินซีจากแหล่งที่พบในธรรมชาติดีกว่า ซึ่งต้องบอกเลยว่าผักผลไม้ในเมืองไทยของเรานั้นก็มีวิตามินซีไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเราก็ได้รวบรวมผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมายกตัวอย่างให้ได้รู้จักกันดังนี้ ???

  • ฝรั่ง ?? ผลไม้ที่มีความกรอบอร่อย โดยพบว่าการทานฝรั่ง 100 กรัม จะได้รับวิตามินซีสูงถึง 160 มิลลิกรัมและยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย แต่การทานฝรั่งเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดแนะนำให้ทานทั้งเปลือก เพราะวิตามินซีส่วนใหญ่จะอยู่ที่เปลือกของฝรั่งนั่นเอง
  • มะละกอสุก ??  เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอร่อยและขึ้นชื่อในการเป็นยาระบาย ช่วยขับปัสสาวะ รวมถึงรักษาอาการเลือดออกตามไรฟันและโรคลักปิดลักเปิดได้ดี โดยพบว่าการทานมะละกอสุก 100 กรัม จะได้รับวิตามินซีสูงถึง 70 มิลลิกรัมเลยทีเดียว
  • ส้มโอ ??ผลไม้ที่นอกจากทานสดๆ แล้วก็สามารถนำไปทำยำ สลัดหรือส้มตำได้อีกด้วย โดยพบว่าส้มโอ 100 กรัม สามารถให้วิตามินซีได้มากถึง 44 มิลลิกรัม และช่วยแก้อาการไข้หวัด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับเสมหะหรือบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี รู้แบบนี้มาทานส้มโอเพื่อสุขภาพกันเถอะ
  • บร็อคโคลี่ ??ผักที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ซึ่งพบว่าในบร็อคโคลีก็มีวิตามินซีไม่น้อยเหมือนกัน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินซีให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก โดยพบว่าบร็อคโคลีสุกประมาณครึ่งถ้วยจะมีวิตามินซีประกอบอยู่ประมาณ 51 มิลลิกรัมเลยทีเดียว
  • ส้ม ???ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของวิตามินซี เพราะเมื่อพูดถึงวิตามินซีคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงส้มทันที โดยส้ม 1 ผล พบว่ามีวิตามินซีอยู่มากถึง 82 มิลลิกรัม ดังนั้นสำหรับใครที่มักจะทานส้มบ่อยๆ รับรองได้เลยว่าไม่มีปัญหาเรื่องการขาดวิตามินซีอย่างแน่นอน
  • สตรอว์เบอร์รี่ ??ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่ราคาสูงมาก แต่ก็มีความอร่อยและอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี ซึ่งการทานสตรอว์เบอร์รี่ประมาณ 100 กรัมจะพบว่ามีวิตามินซีประกอบอยู่มากถึง 66 มิลลิกรัมเลยเชียว แถมยังอุดมไปด้วยซูเปอร์ไฟเบอร์เพคติน ที่จะช่วยดับกลิ่นปาก ลดระดับคอเลสเตอรอลและดูแลสุขภาพเหงือกและฟันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
  • ขี้เหล็ก ?? ผักที่มีรสชาติขม ซึ่งหลายคนอาจไม่ค่อยปลื้มกับผักชนิดนี้มากนัก แต่ก็ต้องบอกเลยว่าเข้าตำหรับหวานเป็นลม ขมเป็นยาเลยทีเดียว โดยพบว่าในขี้เหล็ก 100 กรัม มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 484 มิลลิกรัม ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นลองมองข้ามเรื่องรสชาติของมันแล้วหันมาทานขี้เหล็กให้มากขึ้นกันดีกว่า
  • ใบย่านาง ??พืชผักสมุนไพรที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของเมนูยำต่างๆ ซึ่งนอกจากจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมายแล้ว ก็มีวิตามินซีมากถึง 141 มิลลิกรัม/100กรัม อีกด้วย วิตามินซีสูงแบบนี้จะพลาดไม่ได้เลยเชียว
  • สับปะรด ?? สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานซ่อนเปรี้ยวที่ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะสับปะรดสด 1 ถ้วย มีวิตามินซีมากถึง 79 มิลลิกรัม แถมยังมีเอนไซม์ชื่อว่า โบรมีลีน เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีส่วนช่วยย่อยโปรตีน ไม่ว่าจะทานเป็นผลเดี่ยว หรือนำไปทำสมูทตี้ ก็ล้วนแต่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้ค่ะ
  • กีวี ?? กีวีถือเป็นสุดยอดแหล่งของวิตามินซี เพราะกีวีเพียงแค่ 2 ชิ้นเล็ก มีวิตามินซีมากถึง 128 มิลลิกรัม นอกจากนี้นักวิจัยยังพบด้วยว่า การทานกีวีสามารถช่วยให้เรานอนหลับเร็ว และทำให้การนอนมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าเป็นเพราะระดับเซราโทนินที่พบได้มากในกีวี ฮอร์โมนดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราง่วงนอนนั่นเอ

วิตามินซี ได้รับมากเกินก็มีโทษ ❎?‍⚕️????

ถึงแม้ว่าวิตามินซีจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเราและควรได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอเสมอ แต่การได้รับมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดโทษได้เหมือนกัน โดยมีอันตรายจากวิตามินซีดังนี้

  • เสี่ยงเป็นนิ่วในไต เพราะวิตามินซีจะไปรบกวนการดูดซึมของซีลีเนียมและทองแดง ที่มีความจำเป็นต่อการป้องกันนิ่วในไต จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วมากขึ้นและมีความอันตรายไม่น้อยเลยทีเดียว
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการได้รับวิตามินซีมากกว่า 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน จึงทำให้มีอาการแน่นท้องและท้องอืดได้ นอกจากนี้ก็อาจเกิดอาการท้องสียได้อีกด้วย