เทคโนโลยีเสต็มเซลล์ เพื่อสุขภาพ และความงามในยุคนี้เป็นอย่างไร

0
6

เทคโนโลยีเสต็มเซลล์ เพื่อสุขภาพ

สุขภาพ กับ แฟชั่นความงาม ของสาวๆชาวเราในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การแต่งตัวทำเล็บ ซื้อกระเป๋าเสื้อผ้ารองเท้าหรือว่าช้อปปิ้งเพียงเท่านั้น หากแต่การดูแลตัวเองให้ดูดี มีผิวพรรณที่สวยงามสดใสเปล่งปลั่ง เหมือนสาวอายุ 14 15 อีกครั้งอยู่เสมอ เป็นเรื่องที่สาวๆให้ความสนใจและให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คลินิกหรือสถานเสริมความงามที่บริการจัดการแบบเสร็จสรรพ ทั้งเรื่องความสวยความงามด้วยเทคโนโลยีต่างๆ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนี้ เหตุผลหลักๆคงจะไม่ใช่อื่นใด เพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไปจากในสมัยก่อนนั่นเองเมื่อแฟชั่นความงามในยุคนี้ไม่ได้หนีความกลัวต่อเรื่องการทำศัลยกรรมหรือการฉีดสเต็มเซลล์ รวมไปถึงฉีดเติมเสริมแต่งอื่นๆอีกมากมาย ทำให้สาวๆและหนุ่มหลายๆคน หันไปใช้บริการทางด้านความงามเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งวันนี้เรากำลังจะพูดถึงอีกว่าเรื่องที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ด้วยการเสริมความงามจากเทคโนโลยีสเต็มเซลล์กับแฟชั่นความงามในยุคนี้เป็นอย่างไร เราไปรู้จักกับเรื่องราวเหล่านี้กัน

สเต็มเซลล์ คือ เซลล์ต้นกำเนิดและเป็นเซลล์ตัวอ่อนที่ยังไม่มีคุณสมบัติกลายไปเป็นเซลล์ใดๆในร่างกายแต่เต็มไปด้วยศักยภาพที่จะเพิ่มจำนวนตัวเองขึ้นมาใหม่ได้อีก เราเรียกสิ่งนี้ว่า Self regeneration ซึ่งมันจะไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มขึ้นมาได้ไหมครั้งเดียวแต่เป็นการเพิ่มตัวเองขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าที่สำคัญ Copy เซลล์เดิมมาเป๊ะ เมื่อสภาวะที่เหมาะสมจะสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เอง เช่น พัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆเป็นต้น

คุณสมบัติของสเต็มเซลล์
• Stem Cell เป็นเซลล์ที่ยังไม่มีหน้าที่โดยเฉพาะเจาะจงและพร้อมที่จะเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เฉพาะเมื่ออยู่ในภาวะที่เหมาะสม
• Stem Cell เป็นเซลล์ที่ยังบริสุทธิ์สามารถแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนขึ้นเองได้
• สเต็มเซลล์สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเป็นเซลล์เฉพาะได้ ในอนาคต

สเต็มเซลล์ ได้จากที่ไหนบ้าง
เราสามารถแบ่งสเต็มเซลล์ออกมาจากเซลล์ต้นกำเนิดได้ 2 ชนิดคือ
• สเต็มเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน หรือที่เรียกว่า embryonic Stem Cell ได้มาจากเซลล์ที่เกิดจากการผสมของเชื้ออสุจิของผู้ชายกับไข่ของผู้หญิงเมื่อผสมกันเป็นที่เรียบร้อยก็จะมีการแบ่งตัวของเซลล์จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 ไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 5 หลังจากการผสมจะเรียกระยะนี้ว่า blastocyst ซึ่งเป็นที่มาของสเต็มเซลล์ต้นกำเนิดของตัวอ่อนนั่นเอง
• สเต็มเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์ของร่างกายที่โตเต็มวัย หรือที่เราเรียกว่า Adult Stemcell เช่น สเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ รก ผิวหนัง ไขกระดูกเป็นต้น

การนำสเต็มเซลล์มาใช้ในการฟื้นฟูผิวกับเรื่องความสวยงาม
อย่างที่เราทราบกันดีว่าในปัจจุบันนี้ความสำคัญของการดูแลผิวลอกจากการที่เรา สามารถทำได้โดยการใช้ สกินแคร์บำรุงผิวทั้งเช้าและเย็นรวมไปถึงดูแลผิวหน้าให้สะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ พร้อมด้วยการบำรุงผิวทำ treatment โดยการใช้บริการจากคลีนิคต่างๆ แล้วยังมีการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณผิวหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราค่อนข้างให้ความสำคัญมากที่สุดเนื่องจากเป็นบริเวณที่ไม่ถูกปกป้องด้วยเครื่องนุ่งห่มผิวหน้าของเราเป็นส่วนเดียวที่เผชิญกับมลภาวะและแสงแดดโดยตรงการต่อสู้กับสิ่งแวดล้อม เหล่านี้มักจะทำให้ผิวเราเหนื่อยล้าหยาบกร้านแห้งหรือแม้กระทั่งเกิดริ้วรอยก่อนวัยและปัญหาผิวอื่นๆอีกมากมายตามมา ซึ่งย้อนกลับไปในการดูแลผิวด้วยการ บำรุงหรือทำอะไรก็ตามกับผิวหน้าถ้าหากเราดูแลไม่ถูกวิธีหรือใช้น้ำหนักมือที่มากเกินไปนอกจากจะไม่เป็นการบำรุงผิว แล้วยังเป็นการทำลายผิวทางอ้อม ทำให้ผิวมีริ้วรอยและเหี่ยวก่อนวัยอันควร ซึ่งใครหลายคน มองข้ามเรื่องเหล่านี้ไป ดังนั้น การใช้สเต็มเซลล์จากภายนอกเข้าไปซ่อมแซมผิวหน้าโดยตรง ก็จะช่วยทำให้ผิวหน้าดูสดใสคืนความเป็นหนุ่มสาวกลับคืนมาได้อีกครั้ง เหมือนในช่วงวัยที่เรายังคงเป็นเด็ก และมีผิวนุ่มเด้งไม่มีริ้วรอย นั่นเอง

การรักษาด้วยสเต็มเซลล์
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้วยังมีการนำสเต็มเซลล์ ไปใช้ในแง่ของการรักษา เนื่องจากทางการแพทย์ได้มีนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วพบว่า การเสื่อมถอยของสภาพร่างกายและเซลล์ต่างๆในร่างกายเกิดขึ้นไปโดยธรรมชาติไม่มีอะไรที่อยู่อย่างไม่มีวันตาย ทฤษฎีความแก่ชราจึงเป็นเรื่องปกติ สเต็มเซลล์ที่อยู่ในตัวเรา ซึ่งเก็บสำรองมาตั้งแต่เด็กจนโตจะเริ่มลดปริมาณลงไปตามอายุ จนถึงจุดหนึ่งร่างกายที่จะไม่สามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมรวมถึงรักษาอวัยวะต่างๆด้วยตัวเองได้อีกต่อไปดังนั้นการใช้สเต็มเซลล์จากภายนอกเข้าไปช่วยจึงเหมือนเป็นการเข้าไปช่วยเหลือร่างกายได้ทันท่วงทีเหมือนเราได้รับวัตถุดิบ เข้าไปช่วย support การช่วยเหลือตัวเองของสเต็มเซลล์ จึงช่วยหยุดยั้งความชราและอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว