เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ (Advanced 3D Laparoscopic Surgery)

0
101

การผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ (Advanced 3D Laparoscopic Surgery) นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการคิดค้นขึ้น โดยใช้วิธีผ่าตัดผ่านรูเล็กๆ ขนาดเพียง 3-5 มม. เจาะบนผนังหน้าท้อง จากนั้นจึงสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไปตรวจดูอวัยวะภายใน ซึ่งแพทย์สามารถเห็นภาพผ่านจอทีวี โดยที่ผ่านมาจะมีการผ่าตัดผ่านกล้อง 2 มิติ ต่อมาพัฒนาเป็นระบบ HD (High Definition) ที่ให้ความคมชัดขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีเป็นแบบ 3 มิติ ที่สามารถมองเห็นมุมมองภาพ ทั้งความกว้าง ยาว และลึกขณะที่ทำ ผ่าตัดแผลเล็ก ได้ จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำและปลอดภัยในการผ่าตัด ซึ่งข้อแตกต่างจากวิธีดั้งเดิมที่เห็นได้ชัดคือ ไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่เหมือนวิธีเปิดหน้าท้อง แผลจึงเล็ก คนไข้ไม่เจ็บตัวมาก ช่วยให้การฟื้นตัวของร่างกายกลับสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น ที่สำคัญเทคนิคนี้สามารถใช้ได้ผลดีกับการรักษาโรคที่เกิดกับอวัยวะภายในช่องท้อง รวมไปถึงโรคมะเร็งบางชนิดด้วย

– การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ คลินิกศัลยกรรมทั่วไป

ในยุคแรกที่มีการนำเทคโนโลยีการ ผ่าตัดแผลเล็ก ผ่านกล้องมาใช้เป็นการผ่าตัดถุงน้ำดี เนื่องจากเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ชายโครง ซึ่งเดิมเคยผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ซึ่งคนไข้จะเจ็บมากและพักฟื้นนาน เพราะบาดแผลใหญ่ เมื่อมีการใช้กล้องมาช่วยในการผ่าตัดทำให้แพทย์สามารถเห็นอวัยวะภายในร่างกายคนไข้และผ่าตัดโดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าท้องอีกต่อไป ต่อมาการผ่าตัดผ่านกล้องจึงพัฒนาและผ่าตัดได้เกือบทุกประเภท ทว่าข้อจำกัดของกล้องผ่าตัดแบบ 2 มิติ คือเห็นแค่ในลักษณะกว้างและยาวเท่านั้น แพทย์ต้องใช้เวลาพอสมควรในการมองเล็งอวัยวะให้ถูกต้อง แต่เมื่อพัฒนาเป็นกล้อง 3 มิติ ให้ภาพที่คมชัด เห็นได้ทั้งกว้างยาวและลึกขึ้น ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดได้แม่นยำตรงจุดมากขึ้น จึงสามารถใช้ได้กับการผ่าตัดที่ซับซ้อน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้นถึงปานกลาง และโรคไส้เลื่อนซึ่งมักมีความซับซ้อนในด้านของอวัยวะสูง การผ่าตัดผ่านกล้องช่วยขยายภาพให้มีความคมชัด เนื่องจากต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองแยกออกจากเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น กระเพาะปัสสาวะ กล้ามเนื้อหูรูดต่างๆ รวมทั้ง

การผ่าตัดไส้ติ่งทางหน้าท้อง การผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูงจะทำให้ได้รับผลการผ่าตัดรักษาดี เจ็บปวดหลังการผ่าตัดน้อย ฟื้นตัวไว แต่ยังมีข้อจำกัด เช่น คนไข้ที่มีพังผืดมากจะไม่มีพื้นที่สำหรับการใส่กล้องและเครื่องมือแพทย์ได้ หรือคนไข้ที่เป็นมะเร็งในระยะที่ลุกลามมาก เพราะการผ่าตัดผ่านกล้องใส่เครื่องมือได้จำกัดจะทำไม่ได้เหมือนการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

ทั้งนี้คนไข้ที่ได้ประโยชน์ชัดเจนจาก การผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้อง เช่น การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะของคนไข้ที่เป็นโรคอ้วน การเจาะรูเล็กๆ เพียง 4-5 รู บริเวณหน้าท้องเพื่อใส่กล้องและอุปกรณ์ผ่าตัด ช่วยให้คนไข้ไม่เจ็บปวดมาก ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าความเจ็บปวดเกิดจากเส้นประสาทที่ผนังหน้าท้องไม่ใช่กระเพาะอาหาร ฉะนั้นเมื่อ การผ่าตัดแผลเล็ก คนไข้จึงเจ็บน้อยกว่า ความเสี่ยงของแผลหลังการผ่าตัดก็น้อย ไม่ต้องกังวลว่าแผลจะแยก จะติดเชื้อ ทั้งหมดช่วยให้คนไข้ปลอดภัยมากขึ้น นอกเหนือไปจากประสิทธิภาพในการผ่าตัดที่ไม่ต่างจากเดิม

เมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน การจะผ่าตัดถุงน้ำดีสักราย จะต้องเตรียมจองเลือดกันหลายถุง แต่เมื่อพัฒนาเป็นผ่าตัดผ่านกล้อง คนไข้เสียเลือดน้อยกว่าการเจาะเลือดตรวจก่อนการผ่าตัดเสียอีก ฉะนั้นขอให้คนไข้มั่นใจว่าเทคโนโลยีการผ่าตัดทางการแพทย์ได้พัฒนาไปไกลแล้ว แพทย์เองก็มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านมากขึ้น การผ่าตัดในปัจจุบันจึงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดกัน

การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ เหมาะกับโรคทางนรีเวชหลายโรค ได้แก่ การผ่าตัดมดลูกและการผ่าตัดเลาะก้อนเนื้องอกสำหรับโรคของมดลูก การผ่าตัดรังไข่ และการผ่าตัดเลาะถุงน้ำรังไข่ รวมถึงช็อกโกแลตซีสต์ สำหรับโรคของรังไข่ นอกจากนี้การผ่าตัดแผลเล็ก ผ่านกล้อง 3 มิติ ยังมีประโยชน์มากกับโรคมะเร็งทางนรีเวชในระยะต้นๆ โดยทั่วไปประมาณร้อยละ 80 ของคนไข้ที่ต้องผ่าตัดทางนรีเวชสามารถใช้การผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องได้ การผ่าตัดแผลเล็ก ผ่านกล้อง 3 มิติจะช่วยการผ่าตัดที่ยากให้ง่ายขึ้นด้วย

นอกจากข้อดีของการผ่าตัดแผลเล็ก ด้วยวิธีการนี้อย่างที่ทราบแล้ว ในด้านข้อจำกัดของผู้ป่วยที่จะผ่าตัดผ่านกล้องก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะผ่าตัดที่อวัยวะในระบบใด กล่าวคือ คนไข้ต้องมีสุขภาพดี เนื่องจากการผ่าตัดต้องใส่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในช่องท้อง ให้มีความดันประมาณ 13-15 มิลลิปรอท เพื่อให้มีพื้นที่ว่างในการใส่กล้องและเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ได้สะดวก หากคนไข้อยู่ในภาวะช็อกหรือความดันต่ำอาจจะเป็นอันตรายได้ แพทย์จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก ในกรณีนั้นจึงไม่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีที่คนไข้มีขนาดเนื้องอกหรือมดลูกที่ใหญ่เกินไป หรือมีอายุครรภ์เกิน 24 สัปดาห์ เพราะจะไม่มีพื้นที่ว่างในการใส่แก๊สได้เช่นกัน

การผ่าตัดแผลเล็ก ผ่านกล้อง 3 มิตินี้ ถือว่าอำนวยความสะดวกให้แพทย์ในระบบทางเดินปัสสาวะมากเป็นพิเศษ เนื่องจากอวัยวะต่างๆ ในระบบนี้ ไม่ว่าจะต่อมหมวกไต ไต ท่อไต หรือท่อปัสสาวะ จะอยู่หลังอวัยวะอื่นในช่องท้อง โดยเฉพาะในเพศชายที่มีต่อมลูกหมากซึ่งอยู่ลึกในอุ้งเชิงกราน แต่เดิมการผ่าตัดรักษาโรคในระบบนี้จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดท้อง เพื่อให้มองเห็นอวัยวะที่อยู่ลึกได้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งยังต้องอาศัยเครื่องมือถ่างขยายระหว่างการผ่าตัด ทำให้คนไข้มีแผลผ่าตัดค่อนข้างใหญ่ เจ็บมาก และฟื้นตัวช้า แต่เมื่อมีการคิดพัฒนากล้อง 2 มิติเข้ามาช่วยในการผ่าตัดตั้งแต่ปี 1982 ทำให้ศัลยแพทย์เห็นได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเปิดแผลกว้าง

กระทั่งปัจจุบันที่พัฒนากล้องต่อยอดมาเป็นระบบ 3 มิติ ที่มีการทำงานคล้ายดวงตาของคนเรา เพิ่มความลึกในการมองเห็นนอกเหนือจากกำลังขยายของเลนส์กล้อง ทำให้การผ่าตัดง่ายขึ้น โดยเฉพาะการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากที่นอกจากเอาเซลล์มะเร็งออกแล้ว ยังต้องเชื่อมต่อท่อปัสสาวะเข้ากับกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้คนไข้กลับมาปัสสาวะได้เหมือนเดิม อีกทั้งที่ต่อมลูกหมากยังมีเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศและการกลั้นปัสสาวะ การได้เห็นเนื้อเยื่อและเส้นเลือดชัดเจนทำให้การผ่าตัดตกแต่งและเชื่อมต่อทำได้อย่างละเอียดประณีตยิ่งขึ้น

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการเจาะรูเล็กๆ แค่ 12 มิลลิเมตร เพียงไม่กี่รูก็สามารถผ่าตัดได้ แพทย์นำเครื่องมือลงไปยังไง อย่าลืมว่าเมื่อมีการคิดค้นกล้องช่วยในการผ่าตัด การพัฒนาขนาดของเครื่องมือแพทย์ย่อมได้รับการพัฒนาควบคู่กันไปด้วย แม้โจทย์ในการผ่าตัดคือการทำให้คนไข้หายจากโรคนั้นๆ แต่กล้องแผลเล็ก 3 มิติ ยังมีการทำงานที่เหนือชั้นกว่าการผ่าตัดแบบเดิม คือ ช่วยให้แผลผ่าตัดเล็กลง หรือซ่อนแผลด้วยการนำเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดออกทางสะดือที่มีความยืดหยุ่นสูง หลังผ่าตัดจำนวนแผลเพียงไม่กี่รูก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก และหากไม่สังเกตก็อาจจะไม่เห็นแผล

ด้วยข้อดีของเทคโนโลยีของการผ่าตัดแผลเล็ก ผ่านกล้อง 3 มิติ ทำให้คนไข้ไม่กลัวหรือกังวลกับการผ่าตัดเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ผลดี คือ คนไข้ไม่ประวิงเวลารอ หรือผลัดผ่อนเลื่อนวันผ่าตัดออกไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งผลให้โรคลุกลามหรือรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งถึงตอนนั้นผลการรักษาย่อมน้อยลงกว่าการรักษาเสียแต่เนิ่นๆ อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : HELLO! Magazine Thailand