“เม็ดบัว” มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

0
133

บัว อีกหนึ่งพืชที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน โดยส่วนต่าง ๆ ของ “บัว” นั้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เป็นทั้งยา และอาหารได้อย่างดี

สรรพคุณทางวิทยาศาสตร์ของเม็ดบัวนั้น อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งมีเกลือแร่ ฟอสฟอรัส และยังมีสรรพคุณ บำรุงสมอง บำรุงประสาท บำรุงไต ช่วยรักษาอาการท้องร่วง และบิดเรื้อรัง…สรรพคุณพื้นบ้านที่ใช้กันคือ เป็นยาบำรุงเลือด หรือ เพิ่มเลือดนั่นเอง

เมล็ดบัว หรือเม็ดบัว หรือที่ชาวจีนนิยมเรียกกันว่า หน่อยผ่องจื้อ, หน่อยซิก หรือเก่าซิก เป็นต้น จัดเป็นเมล็ดธัญพืชของจีนที่เรียกว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สูงมากๆ เหมือนกับลูกเดือย และถั่วเหลือง โดยสามารถนำมารับประทานได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง ซึ่งเมล็ดบัวนี้ได้จากเมล็ดของดอกที่ได้รับการผสมแล้ว นิยมนำมาใช้เป็นยาและประกอบอาหาร ที่เรียกว่าทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพอีกด้วย

การทานที่ถูกต้องและได้ผล 100% คือ ต้องทานสด ส่วนการหาซื้อฝักบัวสดก็จะมีขายเป็นกำๆ ตามตลาด โดยปกติฝักบัว 1 ฝักจะมีเม็ดบัวอยู่ในฝักประมาณ 7-10 เม็ด แล้วแต่ความอ้วนของฝัก ดังนั้นเวลาทานต้องแกะออกจากฝัก แล้วนำมาแกะเปลือกออกจากเม็ด เพื่อจะทานเม็ดบัวสีขาวอมเหลืองที่อยู่ในเปลือก เมื่อได้เม็ดบัวที่แกะเปลือกออกแล้ว ให้ทานเข้าไปทั้งเม็ด โดยไม่ต้องเอาต้นอ่อนภายในเม็ด หรือที่เราเห็นเป็นเส้นเขียวๆ อยู่กลางเม็ดออก หรือที่เรียกว่า “ดีบัว” และเจ้าต้นอ่อนในเม็ดบัวนี่เอง ที่แม้จะมีรสขมฝาดหน่อยๆ แต่ขอบอกว่ามีสรรพคุณทางยาของจีน ช่วยบำรุงถุงน้ำดี ช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ และบำรุงหลอดเลือดหัวใจได้ดีอีกด้วย

ข้อห้ามในการรับประทานเมล็ดบัว
– ผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อยควรหลีกเลี่ยง
– ผู้ที่มีอาการท้องผูกไม่ขับถ่ายควรหลีกเลี่ยง
– หลีกเลี่ยงการนำเมล็ดบัวไปปรุงอาหารในภาชนะที่เป็นเหล็ก เพราะจะทำให้เมล็ดบัวเป็นสีดำ