โรคกรดไหลย้อน

0
119

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) คือ โรคที่เกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะ ทำให้อาหารขึ้นไปอยู่ในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เกิดขึ้นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน หรือแม้แต่ตอนที่ไม่ได้รับประทานอาหาร

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) พบได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรืออาการขย้อนจนรบกวนชีวิตประจำวันได้

โรคกรดไหลแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. โรคกรดไหลย้อนธรรมดา หมายถึง โรคที่กรดไหลย้อนขึ้นมาจะอยู่แค่ภายในหลอดอาหาร จะไม่ไหลย้อนขึ้นเกินหูรูดหลอดอาหารส่วนบน ส่วนใหญ่จะมีอาการแค่บริเวณหลอดอาหารเท่านั้น

2. โรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอและกล่องเสียง หมายถึง โรคที่มีอาการทางคอและกล่องเสียง จากการไหลย้อนกลับของกรดขึ้นมาเหนือหูรูดหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ทําให้เกิดการระคายเคืองของคอและกล่องเสียง

– สาเหตุโรคกรดไหลย้อน
1.ความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารที่ทำหน้าที่ป้องกันกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมีความดันของหูรูดต่ำหรือเปิดบ่อยกว่าในคนปกติ ความผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคหอบหืดบางตัว
2.ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานลงช้าหรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ
3.ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น อาหารประเภทไขมันสูงและช็อกโกแลตจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง

– อาการโรคกรดไหลย้อน
1.อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก ซึ่งจะเป็นมากหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก การโน้มตัวไปข้างหน้า การยกของหนัก การนอนหงาย
2.มีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก ผู้ป่วยมักมีอาการเรอและมีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก จนทำให้เกิดพยาธิสภาพในหลอดอาหารขึ้น ได้แก่ หลอดอาหารอักเสบมีเลือดออกจากหลอดอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก
3.ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียนหลังรับประทานอาหาร
4.เจ็บหน้าอก จุกคล้ายมีอะไรติดหรือขวางอยู่บริเวณคอ ต้องพยายามกระแอมออกบ่อยๆ
หืดหอบ ไอแห้งๆ เสียงแหบ เจ็บคอ อาการเหล่านี้เกิดจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิดกล่องเสียงอักเสบ
5.ในเด็กเล็ก อาการที่ควรนึกถึงโรคนี้ ได้แก่ อาเจียนบ่อยหลังดูดนม โลหิตจาง น้ำหนักและการเจริญเติบโตไม่สมวัย ไอเรื้อรัง หืดหอบในเวลากลางคืน ปอดอักเสบเรื้อรัง ในเด็กบางรายอาจมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ

– อาการแสบร้อนกลางหน้าอกเป็นภาวะที่รุนแรงหรือไม่ ?
สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงมากและอาการกำเริบไม่บ่อย อาจรู้สึกรำคาญเหมือนถูกรบกวนการใช้ชีวิต แต่ในผู้ที่เป็นเรื้อรังหรือมีอาการหลายครั้งในหนึ่งวัน หรือในหนึ่งสัปดาห์ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น หลอดอาหารตีบแคบลงจนทำให้เกิดอาการกลืนลำบาก อาจนำไปสู่โรค Barrett’s esophagus ซึ่งเป็นภาวะที่มีเซลล์ลักษณะเหมือนเยื่อบุกระเพาะอาหารมาเจริญที่หลอดอาหารส่วนปลาย หรือเกิดการทำลายหลอดอาหารอย่างรุนแรงจนทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหารได้

– การวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน
แพทย์จะวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนจากการซักประวัติอาการที่กล่าวมาข้างต้น ตรวจร่างกายทั่วไป หากปฏิบัติตามคำแนะนำและรับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นกับความเหมาะสมของอาการในแต่ละคนด้วย เช่น
1.ส่องกล้องทางเดินอาหาร ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
2.ตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร
3.เอกซเรย์กลืนสารทึบแสง
4.ตรวจการบีบตัวของหลอดอาหาร
5.ตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

– การปฏิบัติตัว
ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่มาก สามารถรักษาได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตดังต่อไปนี้
1.ระวังน้ำหนักตัวไม่ให้มากหรืออ้วนเกินไป
2.หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด อาหารไขมันสูง ช็อกโกแลต
3.หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและการสูบบุหรี่
4.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อเย็นปริมาณมาก และไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
5.ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูปหรือรัดเข็มขัดแน่นจนเกินไป
6.ควรรับประทานอาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง
7.ปรับหรือหนุนหัวให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว
8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
9.พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด

– แนวทางการรักษาโรคกรดไหลย้อน
1.การรับประทานยา เช่น ยาเคลือบกระเพาะอาหารรักษาแผล ยาลดกรด
2.การผ่าตัด อาจแนะนำในกรณีต่อไปนี้
3.ผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาเป็นเวลานานแล้วไม่สามารถควบคุมอาการหรือหยุดยาได้
4.ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานยาเป็นเวลานานและมีผลข้างเคียงจากยา

ถึงแม้โรคกรดไหลย้อนไม่ได้มีความรุนแรงถึงขนาดทำให้เสียชีวิต แต่ทำให้เกิดความทรมาน รบกวนการใช้ชีวิตในประจำวัน และทำให้มีคุณภาพชีวิตแย่ลง ซึ่งจุดมุ่งหมายสำคัญในการรักษาโรคนี้ คือ ลดปริมาณกรดในกระเพาะ และป้องการไม่ให้กรดไหลย้อนกลับขึ้นไป การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงเป็นวิธีที่ตรงจุดที่สุดที่จะช่วยลดอาการต่างๆ ป้องกันไม่ให้เกิดอาการ และช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้ ดังนั้น ควรดูแลตนเองอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดอาการ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกวิธี ก็จะช่วยให้คุณห่างไกลจากกรดไหลย้อนได้อย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก :  health2click.com