อบสมุนไพร เพื่อ ลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง ทำอย่างไร ต้องตามอ่านจ้า

0
30
ลดน้ำหนัก

อบสมุนไพร เพื่อ ลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง

อบสมุนไพร เพื่อ ลดน้ำหนัก มีอะไรบ้าง ทำอย่างไร คงเป็นปัญหาหรือเป็นข้อสงสัยสำหรับใครหลายๆคนเพราะในปัจจุบันนี้เราจะได้ยินข่าวคราวกันเป็นอย่างมากว่าการอบสมุนไพรอบซาวน่าสามารถช่วยลดปัญหาไขมันส่วนเกินสำหรับสาวๆหนุ่มได้เป็นอย่างดีซึ่งวันนี้เราจะไปดูกันว่ามีเทคนิคและวิธีการอะไรบ้างที่จะทำให้เราสามารถช่วยลดน้ำหนักลดไขมันส่วนเกินได้จากการใช้อบสมุนไพร
การอบสมุนไพรมักจะมีการนำมาใช้ร่วมกับการอบซาวน่าเนื่องจากว่ามีการทดสอบในส่วนของการอบซาวน่าให้เห็นได้จากงานวิจัยและผลการ ทดสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอบตัวด้วยไอน้ำธรรมดาหรือการอบด้วย สมุนไพรหลากหลายชนิด ก็สามารถใช้ได้อย่างเห็นผลหากเราทำอย่างเหมาะสมจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ซึ่งจากงานวิจัยล่าสุดยังยืนยันว่าแคลอรี่จะถูกเผาผลาญได้มากเมื่ออุณหภูมิร่างกายค่อยๆสูงขึ้นจากการอาบน้ำร้อนหรือจากการที่ร่างกายเรามีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นแต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นหรือการอบสมุนไพรรวมไปถึงอบซาวน่าช่วยสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี โดยจากงานวิจัยกับกลุ่มทดลองโดยใช้การติดตั้งอุปกรณ์วัดน้ำตาลในเลือดพบว่าการขี่จักรยานช่วยเผาผลาญไขมันได้ 630 แคลอรี่และการอาบน้ำร้อนรวมไปถึงอบซาวน่าสามารถช่วยเผาผลาญได้ 140 แคลอรี่ใน 1 ชั่วโมงดังนั้นการอบซาวน่าอบสมุนไพรจึงสามารถช่วยลดแคลอรี่ได้จริง
อะไรทำให้การอบสมุนไพรอบซาวน่าช่วยลดน้ำหนักได้
ปัจจัยในการประเมินหรือการวิจัยพบว่าความร้อนช่วยขับกลูโคสโดยการทำการประเมิน พบว่ายอดการขับออกของน้ำตาลกลูโคสหรือกลูโคสในเลือดหลังมื้ออาหารของผู้ที่เข้าร่วมงานวิจัยได้กินอาหารที่มีองค์ประกอบที่คล้ายกันไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอาบน้ำร้อนอบซาวน่าและหลังจากออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารที่เป็นเครื่องหมายความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะ metabolic Syndrome ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในกรณีที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานตับอ่อนจะหลังจำนวนขนาดเล็กน้อย ของอินซูลินตลอดทั้งวันในการตอบสนองปริมาณน้ำตาลในเลือด ซึ่งพบว่า กลูโคสลดลงหลังจากที่อบซาวน่าเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงมีการนำภูมิปัญญาชาวบ้านโดยการอบสมุนไพรหรือการใช้สมุนไพรเข้ามาร่วมกับการอบซาวน่า โดยภาษาชาวบ้านจะเรียกว่าการเข้ากระโจมซึ่งถือว่าเป็นภูมิปัญญาของไทยที่มีสืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัย ด้วยการเข้ากระโจมนั้นจะมีลักษณะคล้ายการอบตัวด้วยไอน้ำ และมีการนำสมุนไพร 3 กลุ่มมาใช้ได้แก่
• สมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวได้แก่ใบมะขามมะกรูดผ่าซีกใบและฝักส้มป่อยสมุนไพรกลุ่มนี้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามผิวหนังให้ออกได้ง่ายและยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคบางชนิดทำให้ผิวหนังสะอาดมากขึ้นอีกด้วย
• สมุนไพรที่มีกลิ่นหอมได้แก่ ใบตะไคร้ ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน ไพล ผิวมะกรูดเปราะหอมว่านน้ำใบหนาดสมุนไพรกลุ่มนี้จะมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเป่าช่วยลดอาการหวัดคัดจมูกนอกจากนี้ในใบตะไคร้และเหง้าขมิ้นยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียส่วนไพรจะมีฤทธิ์ในการลดอาการบวมและอาการอักเสบ
• พิมเสนการบูรมีสรรพคุณที่ทำให้รู้สึกสดชื่นช่วยบำรุงหัวใจและรักษา โรคผิวหนังบางชนิดได้
สมุนไพรทั้ง 3 กลุ่มนี้จะเห็นได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยให้การไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้นและเพิ่มมากขึ้นช่วยลดอาการอักเสบอาการบวมรวมไปถึงอาการปวดของกล้ามเนื้อต่างๆทั่วร่างกายช่วยทำให้รูขุมขนขยายออกสิ่งสกปรกในร่างกายจึงถูกล้างออกมาได้โดยง่ายพร้อมกับเหงื่อซึ่งปัจจุบันนี้ มีรูปแบบที่นิยมกัน 2 รูปแบบ คือ

การอบซาวน่า
รูปแบบของการอบตัวที่เราพูดกันมาตั้งแต่ตอนต้นจะมีลักษณะคล้ายกับการอยู่ไฟของไทยซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมในต่างประเทศวิธีการนี้จะใช้ความร้อนจากถ่านหินบนเตาร้อน ทำให้อุณหภูมิค่อยๆร้อนขึ้น

การอบเปียก
เป็นวิธีการอบ ที่นิยมในคนไทยและแพร่หลายในปัจจุบันโดยเป็นวิธีการซึ่งพัฒนามาจากการเข้ากระโจมมาเป็นห้องอบสมุนไพรที่มีความทันสมัยมากขึ้นสามารถให้บริการได้ครั้งละหลายๆคนโดยวิธีการนี้จะใช้หม้อต้มสมุนไพรที่มีท่อส่งไอน้ำเข้าไปภายในห้องอบการอบสมุนไพรของไทยนั้นจึงเป็นการอบโดยไอน้ำร้อนซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการขับเหงื่อเพื่อรักษาโรคเฉียบพลันฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยเรื้อรังและมารดาหลังคลอดได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้คนทั่วไปอีกด้วย