วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

0
246
ประคบด้วยน้ำอุ่น

การมีประจำเดือนเป็นธรรมชาติของสตรีเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เมื่อเริ่มมีประจำเดือนผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน บางคนจึงคิดว่าอาการปวดประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นระหว่างการมีประจำเดือน สำหรับบางคน การเกิดอาการปวดประจำเดือนอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดอย่างมากในรอบเดือนนั้น ๆ แต่สามารถรักษาอาการปวดเกร็งต่าง ๆ นี้ได้

– สาเหตุของอาการปวดประจำเดือน ?
อาการปวดประจำเดือนเป็นอาการที่เกิดจากการหดรัดตัวหรือการเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูกที่นำไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆบริเวณรอบ ๆ เยื่อบุมดลูก และเมื่อเยื่อบุมดลูกหลุดลอกและไหลออกมาในแต่ละเดือนนั้น จะทำให้สารที่คล้ายกับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า “โปรสตาแกรนดิน” ถูกหลั่งออกมาและทำให้เกิดอาการปวดหรืออาการอักเสบ โดยนอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความรุนแรงของการหดรัดตัวได้ถ้าหากการหลั่งสารชนิดนี้มีปริมาณที่สูงขึ้น

– สภาวะที่สามารถทำให้เกิดการปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิมีดังนี้
Endometriosis สภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
Fribroids เนื้องอกในมดลูก เนื้องอกเหล่านี้ไม่เป็นเนื้อร้ายจึงไม่ก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งในมดลูก
การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
อาการปวดท้องประจำเดือน บางคนอาจจะมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยพอให้รู้สึกรำคาญ แต่บางคนก็อาจจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้หญิงได้มาก แต่รู้ไหมว่าอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคร้ายที่กำลังแอบแฝงอยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเรามาทำความเข้าใจกับอาการปวดท้องประจำเดือนกันก่อนดีกว่า

สำหรับผู้หญิงที่มีการหลั่งของสารโปรสตาแกรนดินสูง จะทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าคนปกติ และเมื่อเยื่อบุมดลูกหลุดลอกออกมา อาการหดรัดตัวจะค่อย ๆ ผลักเนื้อเยื่อเก่าผ่านทางปากมดลูกและขับออกไปยังช่องคลอด แต่ถ้าขนาดของปากมดลูกแคบเกินไป จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อลิ่มเลือดหรือเนื้อเยื่อที่หลุดออกมาผ่านปากมดลูก ซึ่งอาการปวดประจำเดือนจะเริ่มต้นก่อนการมีประจำเดือนและขึ้นสู่จุดสูงสุดภายใน 24 ชม. ผู้หญิงเริ่มมีอาการดีขึ้นใน 1-2 วัน แต่ในผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการเกร็งท้องน้อยตลอดช่วงของการมีประจำเดือนเลยก็ได้

– สาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน
อาการปวดท้องประจำเดือนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งก็มีทั้งสาเหตุที่ไม่เป็นอันตรายและสาเหตุที่เป็นอันตราย ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดท้องในวันที่ประจำเดือนมาจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะนั่นอาจเป็นเพราะสาเหตุของปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้

1. มดลูกหดตัวแรงกว่าปกติ
สารโปรสตาแกรนดินทำให้มดลูกหดตัว ก่อให้เกิดอาการปวดท้องเบาๆ แต่ถ้าหากสารนี้มีปริมาณมากกว่าปกติก็จะก่อให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และในบางรายก็อาจจะมีไข้ที่เรียกกันว่าไข้ทับระดู แต่ทั้งนี้อาการปวดท้องประจำเดือนจากกรณีนี้จะไม่เป็นอันตรายมากนัก เพียงแต่หากมีไข้สูงก็ควรรับประทานยาลดไข้และดูแลตนเองให้มากขึ้นเท่านั้น

2. มีโรคร้ายแอบแฝง
อาการปวดท้องประจำเดือน บางครั้งก็ไม่ใช่อาการปวดแบบธรรมดา แต่อาจเป็นอาการข้างเคียงจากภาวะแอบแฝง จำพวกโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลตชีส มะเร็งรังไข่ หรือการติดเชื้อต่าง ๆ ในช่องคลอด ซึ่งภาวะเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงมาก และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เลือดประจำเดือนมีสีแปลกไปจากปกติ และมีอาการคัน เป็นต้น โดยหากมีอาการแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อการวินิจฉัยและรักษาได้ทันเวลา

– อาการปวดท้องประจำเดือน
อาการปวดท้องประจำเดือนจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับด้วยกัน เนื่องจากอาการปวดท้องในขณะมีรอบเดือนนั้นจะเกิดขึ้นได้จากสองสาเหตุหลัก ๆ คือการหดตัวของมดลูกแรงเกินไปและภาวะแอบแฝงจากโรคร้าย ซึ่งมีอาการดังนี้
1. ปวดท้องประจำเดือนจากการหดตัวของมดลูก
ปวดบริเวณท้องน้อย แต่อาการปวดจะไม่รุนแรงมากนัก และอาจมีอาการปวดร้าวไปบริเวณหลังร่วมด้วย
รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า โดยเฉพาะคนที่ประจำเดือนมามาก
มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
2. ปวดท้องประจำเดือนจากภาวะแอบแฝง
ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง บางคนอาจมีอาการปวดจนถึงขั้นลุกเดินแทบไม่ไหวเลยก็มี
มีไข้ ซึ่งอาจเป็นภาวะไข้ทับระดูได้
ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
มีอาการคันบริเวณปากช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นเพราะการติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ
เลือดประจำเดือนเป็นสีแดงสด

– วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือนอย่างได้ผล
เมื่อมีอาการปวดท้องประจำเดือน ไม่ว่าจะปวดมากหรือปวดน้อย ก็มักจะสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก แต่ครั้นจะรอให้อาการปวดหายไปพร้อมกับวันหมดประจำเดือนก็คงจะไม่ค่อยโอเคสักเท่าไร เพราะฉะนั้นเรามาบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนด้วยเคล็ดลับเหล่านี้กันดีกว่า

1. ประคบด้วยกระเป๋าน้ำร้อน
ความร้อนมีคุณสมบัติในการทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงผ่อนคลายลง ซึ่งจะส่งผลให้อาการปวดบรรเทาลง ดังนั้นแนะนำให้นำกระเป๋าน้ำร้อนมาประคบที่หน้าท้องเมื่อมีอาการปวด ประคบไปเรื่อย ๆ จะทำให้อาการปวดค่อย ๆ ทุเลาลง อาจไม่หายสนิทแต่ก็ดีขึ้นไม่น้อย ซึ่งในปัจจุบันการใช้กระเป๋าน้ำร้อนไม่ได้ยุ่งยากเหมือนในสมัยก่อนอีกต่อไป เพราะมีกระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า แค่เพียงเสียบปลั๊กชาร์จไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถนำมาใช้ได้เลย และยังหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย

2. ออกกำลังกายเบา ๆ
ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนอาจเข้าใจว่าไม่ควรออกกำลังกาย แต่ความจริงแล้วการออกกำลังกายก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยอาจเลือกการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน เล่นโยคะ เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้เท่านั้น แต่ยังทำให้สุขภาพดี แข็งแรงตลอดรอบเดือน แต่แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนัก ๆ เพราะช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย จึงเสี่ยงต่อการเป็นลมได้

3. ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ
การดื่มน้ำมาก ๆ ในขณะมีประจำเดือน จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นวิธีที่เบสิกที่สุด เพราะเมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จะส่งผลให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถควบคุมปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนให้อยู่ในระดับปกติได้ จึงทำให้อาการปวดท้องทุเลาลง แต่จะต้องดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องปกติเท่านั้น เพราะหากดื่มน้ำเย็นอาจส่งผลให้เลือดจับตัวกันเป็นลิ่มก้อนและขับออกมายาก ทั้งยังทำให้อาการปวดรุนแรงหนักขึ้นก็เป็นได้

4. รับประทานยาแก้ปวด
สำหรับวิธีนี้ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้มากนัก เพราะการรับประทานยาแก้ปวดอาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ ได้ ดังนั้นหากคิดจะรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ควรเลือกรับประทานมื่อมีอาการปวดอย่างรุนแรงจริง ๆ เท่านั้น แต่ถ้าให้ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุด

5. นอนตะแคง
การนอนตะแคงจะสามารถบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ส่วนจะตะแคงไปข้างไหนดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับมดลูกของแต่ละคนด้วย ดังนั้นหากมีอาการปวดท้องประจำเดือน แนะนำให้ลองนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งดู เพื่อทดสอบว่านอนตะแคงด้านไหนแล้วทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลง

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : meenaruk.com