โรคหูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)

0
254
โครงสร้างหู

อาการหูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis) เป็นโรคที่เชื่อว่าเกิดจากการติดเชื้อจนหูชั้นในและเส้นประสาทที่เชื่อมระหว่างหูชั้นในกับสมองอักเสบ ซึ่งจะต่างกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่หูชั้นกลาง ซึ่งมักจะเกิดกับเด็ก อาการหูชั้นในอักเสบ หรือ Labyrinthitis มีชื่อเรียกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น vestibular neuritis, vestibular neuronitis และ neurolabyrinthitis ซึ่งชื่อ Labyrinthitis จะถูกนำมาใช้เรียกชื่อโรคนี้เมื่อผู้ป่วยมีอาการสูญเสียการได้ยิน การระบาดของอาการหูชั้นในอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ในชุมชน ทำให้คนที่อยู่ในบริเวณเดียวกันมีอาการคล้ายๆกัน

หูชั้นใน ส่วนที่ควบคุมเกี่ยวกับการทรงตัว เรียกว่า ลาบิรินท์ (labyrinth) บางครั้งอาจเกิดการอักเสบได้ เรียกว่า หูชั้นในอักเสบ เป็นภาวะที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ส่วนมากมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งแพร่กระจายจากบริเวณจมูกและลำคอ ผ่านท่อยูสเตเชียนเข้ามาในหูชั้นใน มักเกิดตามหลังโรคติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่, คางทูม เป็นต้น ชาวบ้านมักเรียกว่า โรคไวรัสลงหูบางครั้งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลุกลามมาจากหูชั้นกลางที่อักเสบ

– สาเหตุของโรคหูชั้นในอักเสบ
อาการหูชั้นในอักเสบส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส บางครั้งก็เกิดจากเชื้อแบคทีเรียด้วยและนี่คือสาเหตุของการเกิดอาการหูชั้นในอักเสบ:
1.การติดเชื้อไวรัสที่หูชั้นใน กระเพาะอาหาร หรือทางเดินหายใจ
2.การติดเชื้อ เชื้อ herpes virus [HSV] ซึ่งจะทำให้เป็นโรคเริม โรคงูสวัด และอีสุกอีใส
3.เชื้อแบคทีเรีย เช่นแบคทีเรียที่ทำให้เป็นโรคไลม์ (Lyme disease)

– อาการของโรคหูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)
อาการของโรคมีตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงรุนแรง และมักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อาการจะค่อยๆทรุดลงเมื่อผ่านไปหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยอาจมีอาการวิงเวียนเรื้อรัง และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรได้ หลายคนยากที่จะอธิบายอาการที่เกิดขึ้นนี้ได้เพราะคนเราโดยปกติแล้วก็จะรู้สึกไม่สบายได้ไม่ยาก ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจมีปัญหาทางด้านสายตาด้วย เนื่องจากหูชั้นในมีหน้าที่รักษาสมดุลของร่างกาย การติดเชื้ออาจทำให้คุณรู้สึกวิงเวียนศีรษะหรือรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนเคว้ง (vertigo) ในทันทีทันใดก็เป็นได้ อาการวิงเวียนศีรษะอาจส่งผลให้ผู้ป่วยคลื่นไส้อาเจียนด้วย อาการที่เกิดกับหู ได้แก่ ได้ยินเสียงอยู่ในหู (หูอื้อ) หรือสูญเสียการได้ยินในหูส่วนที่เสียหาย

– การรักษาอาการหูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)
อาการหูชั้นในอักเสบมักจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่บางทีก็ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหาย การรักษาจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เมื่อรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียได้แล้ว แพทย์จะสั่งยาโดยดูจากลักษณะอาการของผู้ป่วย ยาดังกล่าวได้แก่:
-ยาแก้แพ้ (Antihistamines)
-ยาที่ใช้ควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
-ยาบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ
-ยาสเตียรอยด์ (Steroids)
-ยาต้านไวรัส (Antiviral drugs)
-ให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือดดำหากผู้ป่วยมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง

-การดูแลตนเอง (Self Care) สำหรับคนที่เป็นโรคหูชั้นในอักเสบ ผู้ป่วยอาจใช้วิธีดังต่อไปนี้เพื่อจัดการกับอาการวิงเวียนศีรษะ ได้แก่:
1.พักอยู่นิ่งๆ
2.หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหัน
3.ค่อยๆหันกลับมาทำกิจกรรมอย่างช้าๆ
4.หลีกเลี่ยงที่ๆมีแสงไฟจ้า หน้าจอทีวี และการอ่านหนังสือขณะเคลื่อนไหว
5.ทำกายภาพบำบัดเพื่อปรับสมดุล

– ภาวะแทรกซ้อนจากอาการหูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)
การรักษาอาการอักเสบของหูชั้นในด้วยวิธีที่เหมาะสมจะช่วยให้อวัยวะไม่เสียหายอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม การสูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงรุนแรงอย่างถาวรก็อาจเกิดขึ้นได้
ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้แก่:
1.ความเสียหายถาวรที่เกิดกับระบบการทรงตัวของหู
2.วิงเวียนศีรษะเรื้อรังเมื่อขยับเปลี่ยนท่าทาง หรือเป็นโรคตะกอนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo หรือ BPPV)
3.ระดับน้ำในหูชั้นในเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ

– ข้อแนะนำ
1.อาการวิงเวียน อาจมีสาเหตุได้มากมายหลายอย่าง ควรซักถามอาการ และ
ตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนจะวินิจฉัยว่า เป็นหูชั้นในอักเสบจากเชื้อไวรัส (ไวรัสลงหู)
2.ผู้ป่วยที่มีอาการวิงเวียน ควรหลีกเลี่ยงการกินยาที่อาจมีผลต่อประสาทหู เช่น
แอสไพริน, ควินิน, สเตรปโตไมซิน เป็นต้น ควรงดเหล้าและบุหรี่ และไม่ควร
ขับรถขับเรือ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
ในรายที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย นอกจากให้ยาแก้อาเจียนแล้ว ควร
แนะนำให้ กินอาหารเหลว น้ำหวาน นม ครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง
3.ถ้าไม่มีสาเหตุร้ายแรง และมั่นใจว่าเกิดจากหูชั้นในอักเสบจากไวรัส ควร
อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงสาเหตุที่เป็น เพื่อช่วยลดความวิตกกังวล

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : ข้อมูลสุขภาพ มูลนิธิหมอชาวบ้าน